วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ชมอาจารย์พีท ทองเจือ แข่งรถที่พัทยา 08/05/2010

กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)
เิดินทางไปชมการแข่งรถของอาจารย์พีท ทองเจือ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2553
ณ สนามแข่งพัทยาเซอร์กิต ชลบุรี


ซึ่งอาจารย์พีทได้ทำการลงแข่งใน 2 รุ่น 
คือรุ่นรถกระบะ ในเวลา 13.00 
และรถยนต์ ในเวลา 16.00 น.





ทักทายกับน้องอ้อม ทีมงาน Blog17 ผู้ถือรหัส Blog17/15



รถแข่งของจารพีท


















รถกะบะที่ใช้แข่ง




พิตตี้ทีมแข่งจารพีท














มีสติกเกอร์กลุ่มประสานงานฯ ติดที่หน้าห้องพักของทีมงาน









จารพีทให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขัน














เตรียมลงแข่งในรุ่นของรถกะบะ



















รถวิ่งกันเร็วมาก บันทึุกภาพแทบไม่ทัน









แข่งขันกันทั้งหมด 20 รอบสนาม จารพีทเข้าตำแหน่งที่ 3 สุดยอดมาก โดยเฉพาะลีลาการเข้าโค้ง















ดูกันชัดๆ ถ้วยรางวัลของจารพีท













สนทนากันหลังจากแข่งเสร็จ












ในระหว่างที่จารพีทกำลังแข่งอยู่ ได้ลองถ่ายรูปบนท้องฟ้าเหนือสนามแข่ง ทุกท่านลองช่วยดูหน่อยว่าใช่ไหม จานบิน 2 ลำ




ไม่รู้ว่าสังเกตุเห็นกันหรือป่าว ซูมมาให้ดูกันครับ





มายืนยันว่าข้างล่างทำงาน ข้างบนก็ทำงานด้วย !!
ภาพนี้ถ่ายอาจารย์สุดใจ ก่อนเข้าไปภายในสนามแข่ง


สังเกตุเห็นกันหรือป่าว
 

ระหว่างที่จารพีท กำลังจะขึ้นรับถ้วยรางวัล

ขยายมาดูกันชัดๆอีกหน่อย



มาเป็นแท่งซิก้าร์เลย
 
 ...........

ข้อความจากจักรวาล


ข้อความจากจักรวาล

ถ่ายทอดข้อความเสียง
จากจักรวาลถึงมนุษย์โลก

วันที่ 31 กรกฎาคม 2551

.........

เรามาจากดวงดาวอันไกลโพ้น จากจักรวาลที่ท่านไม่เคยรู้จัก เราคือตัวตนที่สมมุติขึ้นเพื่อสื่อสารกับท่านทั้งหลาย แท้จริงแล้วเราเป็นทั้งภาวะ และอภาวะ เราไม่มีจุดเริ่มต้น ท่ามกลาง และสิ้นสุด เราไม่มีสภาวะที่เป็นชีวิตเหมือนที่ท่านเคยรู้จัก

ตัวของเราแทรกซึมอยู่ในทุกอนูของในสรรพสิ่ง ในตัวท่านทั้งหลายก็มีเราอยู่ เราเป็นผู้ไม่มีการมา ไม่มีการไป ไม่มีการดำรงอยู่ เราเป็นทั้งสภาวะคล้ายดั่งเวลา ที่ท่านไม่สามารถจับต้องได้ แต่ท่านรับรู้เราได้ เราอยู่ในมิติที่ท่านไม่เคยได้รู้จัก ที่ท่านไม่เคยสัมผัส ได้ยินได้ฟังมาก่อน เรียกว่า ธาตุรู้ ตามภาษาของท่าน แต่คำจำกัดความของเราอยู่นอกเหนือการรับรู้ของท่าน ฉะนั้นเราจึงสมมุติตัวเอง สมมุติจิตวิญญาณเราขึ้น เพื่อสื่อสารกับท่าน



ท่านทั้งหลายเป็นนักรบแห่งเรา เป็นผู้มากอบกู้มนุษยชาติ เป็นผู้มีหน้าที่ ที่จะช่วยกันปลดปล่อยโลก ให้พ้นจากความวิบัติที่จะเกิดขึ้น ท่านทั้งหลายถูกหล่อหลอมมาหลายภพหลายชาติเกิดตายไม่มีสิ้นสุด

บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะปลุกจิตวิญญาณของท่าน เปิดจิตของท่าน ให้รับรู้สภาวะที่แท้จริงแห่งชีวิต เพื่องานของเราที่วางโครงข่ายไว้นับพันปีบรรลุผล และเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลาย ที่ต้องทำโครงข่ายของเรา ที่วางโครงข่ายไว้นับพันปีบรรลุผล และเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่ต้องทำ

ท่านทั้งหลาย การที่เราติดต่อมาครั้งนี้ มิใช่ครั้งแรก มิใช่ครั้งเดียว เรามีหน้าที่นี้มานับร้อยนับพันครั้ง ตั้งแต่โลกใบนี้ก่อเกิด เราติดต่อกับคนจำนวนมากหลายที่สัมผัสคลื่นของเราได้ นับอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนครั้งไม่ถ้วน ในรูปแบบต่าง ๆ กัน

ท่านทั้งหลาย ที่มาประชุม ณ ที่นี้ ที่ได้ยินข้อความนี้ ที่ได้รับรู้ข้อความนี้ ท่านจะบรรลุถึงภาวะดั้งเดิมของท่านก่อนที่จะมาจุติบนโลกนี้ รับรู้ถึงภาวะหน้าที่ของท่านที่มีภาระต่อพันธะสัญญาทั้งหลาย ท่านเวียนว่ายตายเกิดมาหลายภพหลายชาติ หลายหมื่นหลายแสนชาติ นับกัป นับกัลป์ไม่ถ้วน บัดนี้ ท่านถึงเวลาแล้ว
ท่านทั้งหลายที่อยู่ในระบบ ของเรา ได้ถูกโปรแกรมในการทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว ในสมองของเรา ในสมองของท่าน ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันมิมีแตกต่าง ท่านทั้งหลายต่อไปจะได้ทำงานเป็นกลุ่ม ทำงานประสานกัน ต่อไปภายภาคหน้าท่านทั้งหลายจะเป็นเสมือนขุนพลแห่งเรา แม่ทัพแห่งเรา จะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ออกไปยังคนที่เราวางตัวไว้ทั่วโลก

สิ่งที่ท่านได้รับตอบแทนจากเรา ก็คือภพชาติของท่านจะสั้นลง หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดทั้งหลาย หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาณทั้งหลาย หลุดพ้นจากอวิชชาทั้งหลาย หลุดพ้นจากการครอบงำจากมารทั้งปวง วิบากกรรมของท่านทั้งหลาย ถึงแม้จะมีมากมายมหาศาล หากท่านสัมผัสเราได้วิบากกรรมนั้นย่อมหลุดล่วงลงไป การเวียนว่ายตายเกิดก็จะลดน้อยถอยลง ซึ่งเราได้วางตัวคนเหล่านี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ท่านจะได้รับฟังข้อความจากเราผ่านสภาวะต่าง ๆ หลาย ๆ สภาวะ เรามาได้ในทุกรูปแบบ ทั้งเป็นวัตถุธาตุ วัตถุธรรม สิ่งมีชีวิต และปรากฏการณ์อื่น ๆ ที่ท่านไม่คาดคิดมาก่อน นั่นคือการจัดวางของเราทั้งสิ้น


โดยเฉพาะคนที่ต้องทำหน้าที่เผย แพร่ข้อมูลของเรา ท่านจะต้องรับบทเรียนและการฝึกฝนอันหนักหน่วง เพื่อทดสอบสภาวะจิต และยกระดับจิตให้สูงขึ้น ผ่านข้อความจากเราหรือจากคนอื่น หรือแม้แต่คนที่ท่านไม่เคยรู้จัก ซึ่งเราอยู่ใกล้เคียงท่านตลอด ดูแลท่านอยู่ตลอด คอยชี้นำแนวทางท่านอยู่ตลอดมา แต่ท่านหาเคยรับรู้ไม่ เราผสมผสานเป็นหนึ่งในทุกสรรพสิ่ง เราเป็นผู้ไม่มีการมา ไม่มีการไป เราคือผู้เป็นเช่นนั้นเอง

จากวันนี้ไป ท่านจะได้รับการถ่ายทอด วิถีธรรมแห่งปัญญาสู่ดวงจิตของท่านทั้งหลายแล้ว ซึ่งจะรับรู้และสัมผัสได้ก็ต่อเมื่อท่านได้พิจารณาเห็นถึงความว่าง ละวางจากตัวตน ละวางจากความยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางในทุกสิ่ง เพราะแท้ที่จริงแล้วท่านถูกหล่อหลอมมาเพื่อทำงาน ไม่มีสิ่งใดคือตัวท่าน ไม่มีสิ่งใดเป็นของท่าน ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าเป็นจิตของท่าน ไม่มีสิ่งใด ๆ ที่ท่านควรจะยึดถือไว้

ตัวท่านที่ประสบทุกข์มานับไม่ถ้วน ประสบความผิดหวังมานับไม่ถ้วน ประสบความทุกข์ทรมาณ เศร้าโศกเสียใจ ความโทรมนัสทั้งหลาย ล้วนแต่เป็นจิตของท่านสร้างขึ้น ด้วยความไม่รู้ของท่านเอง ทั้งในเมื่ออดีต คือผู้ที่ฟุ้งเฟ้อในกามคุณทั้งหลายในเทวโลก ในมนุษยโลก ในพรหมโลก ในจักรวาลอื่น

แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ผูกพัน เป็นกรรมสัมพันธ์ ทำให้ต้องเกิดมาอยู่บนโลกใบนี้ รับหน้าที่บางอย่าง ซึ่งท่านจะรู้ต่อไปในวันข้างหน้า ชีวิตของท่านไม่มีสิ่งใดควรเรียกว่าชีวิต ไม่มีสิ่งใดควรเรียกว่าจิต ไม่มีสิ่งใดเรียกว่าขันธ์ ไม่มีสิ่งใดเรียกว่าวิญญาณ ไม่มีสิ่งใดเรียกว่าการรับรู้ หากท่านเข้าใจดั่งนี้แล้ว ท่านจะเข้าถึงภาวะถึงหน้าที่ ถึงปัญญาที่แท้จริง หามิเช่นนั้นแล้ว การเกิดชาตินี้ของท่านก็ย่อมสูญเปล่า ต้องกลับไปวนเวียนว่ายตายเกิดนับไม่ถ้วน

ฉะนั้น ขอจงอย่าประมาทในชีวิต ขอจงฟังคำของผู้ที่มาขยายระบบให้ท่าน ผู้ที่มาถ่ายทอดให้ท่าน ผู้ได้รับการรับรองจากเราแล้ว ภาระหน้าที่ของท่าน ยังไม่ได้สำเร็จลุล่วงไป จนกว่าท่านจะได้เห็น จะได้เข้าถึงความว่าง การละวาง การปลดปล่อย

เราโดยสมมุติ โดยหน้าที่ และเราเป็นผู้ถ่ายทอด ให้กับท่านโดยตรง ผ่านทางทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวท่าน ทางด้านภาวะ อารมณ์ ผ่านด้านสภาพแวดล้อม ทางด้านวัตถุ หากท่านมีปัญญา ท่านย่อมรับรู้และเห็นได้เอง และเมื่อถึงวันนั้นท่านพบเรา ท่านเห็นเราแล้ว ภาระหน้าที่ของเราก็หมดสิ้น ภาระหน้าที่ของท่านก็ย่อมหมดสิ้น .



.........

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เสบียงบุญ

ลำดับการทำบุญสูงสุด 
จากหนังสือ เสบียงบุญ 

..........


ลําดับการทําบุญสูงสุด


ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าทำทานกับคนไม่มีศีลแม้เพียงครั้งเดียว

ทำทานกับคนไม่มีศีล 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าทำทานกับผู้มีศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียว

ให้ทานผู้มีศีล 5 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าให้ทานผู้มีศีล 8 แม้เพียงครั้งเดียว

ให้ทานผู้มีศีล 8 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานผู้มีศีล 10 แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานผู้มีศีล 10 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแด่สมมุติสงฆ์แม้เพียงครั้งเดียว





ถวายทานแด่สมมติสงฆ์ 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแก่พระโสดาบันแม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแด่พระโสดาบัน 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานพระสกิทาคามี 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานพระอานาคามีแม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานพระอนาคามี 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานให้พระอรหันต์ แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแก่พระอรหันต์ 100 ครั้ง
ผลบุญยังได้น้อยกว่าถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 ครั้ง
ผลบุญยังได้น้อยกว่าถวายทานแด่พระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียว


ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายเพียงครั้งเดียว

ถวายสังฆทานที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าถวายวิหารทานครั้งเดียว

ถวายวิหารทาน 100 หลัง
ยังได้บุญน้อยกว่าให้ธรรมทานครั้งเดียว

ให้ธรรมทาน 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าการให้อภัยทานครั้งเดียว

อภัยทาน 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าการถือศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียว

ถือศีล 5 มากถึง 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าถือศีล 8 แม้เพียงครั้งเดียว

ถือศีล 8 มากถึง 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าการถือศีล 10 ครั้งเดียว
( ถือศีล 10 คือบวชเป็นสามเณร)

บวชเป็นสามเณร รักษาศีลไม่ด่างพร้อย 100 ปี
บุญยังน้อยกว่าผู้อุปสมบทเป็นพระ แม้บวชเพียงวันเดียว


พระพุทธเจ้าตรัสในเบื้องปลายว่า“แม้ จะได้อุปสมบทเป็นภิกษุ รักษาศีลครบ 227 ข้อ
ไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อย 100 ปี บุญกุศลยังน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิให้จิตสงบ(ฌาน)
แม้นานเพียงไก่กระพือปีก”


“ผู้ใดเข้าฌาน นาน 100 ปีและไม่เสื่อม บุญยังน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงว่า
 สรรพสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง มาจากการปรุงแต่ง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตก็ตาม”

...........


ข้อมูลอ้างอิง ของอาจารย์จักษวัชร์  ลีนุกูล
http://ufokaokala.com/index.php?topic=405.msg8793#msg8793